วันพฤหัสบดีที่ 30 ตุลาคม พ.ศ. 2551

วันอังคารที่ 15 กรกฎาคม พ.ศ. 2551

ไฟล์ Ogg

ไฟล์ Ogg
ogg คืออะไรWritten by Administrator Written by Administrator Ogg Vorbis คืออะไร Ogg Vorbis เป็นการบีบอัดไฟเพลงให้เล็กลงแบบใหม่ โดยมีความสามารถในการเล่นไฟล์มัลติมีเดียได้ดีกว่าเทคโนโลยีการบีบอัดไฟล์แบบต่าง ๆ เช่น MP3, VQF, AAC, และไฟที่ผ่านการบีบอัดแบบอื่น ๆ Ogg มีรูปแบบการควบคุมไฟล์เพลงที่ไม่ตายตัว เป็นระบบแบบเปิดซึ่งกำลังเป็นที่นิยมทำไมถึงมีชื่อว่า OggVorbis Vorbis เป็นชื่อโดยเฉพาะของการบีบอัดไฟล์ประเภทนี้ OggVorbis เป็นรูปแบบการสร้างโดยไฟล์ที่เป็นส่วนหนึ่งของเทคโนโลยี Ogg, ด้วยก็คือเป็นรูปแบบของการสร้างให้สามารถเปิดไฟล์มัลติมีเดียได้เต็มที่เดี๋ยวนี้, OggVorbis เป็นรูปแบบเดียวที่แยกมาจาก เทคOgg Vorbis - เป็นมาตรฐานที่พัฒนาขึ้นมาเพื่อแทนที่ MP3 เนื่องจากใน ค.ศ. 1998 สถาบัน Fraunhofer ในเยอรมนี ซึ่งเป็นเจ้าของสิทธิบัตรวิธีการบีบอัดข้อมูลใน MP3 ประกาศเตรียมคิดค่าใช้งาน จึงมีกลุ่มพัฒนามาตรฐานใหม่เพื่อมาแทน MP3 และให้มาตรฐานใหม่นี้เป็นสาธารณสมบัติ (Public Domain). ในปี ค.ศ. 2002 Ogg Vorbis 1.0 ก็เสร็จสมบูรณ์ และกลายเป็นหนึ่งในฟอร์แมตเสียงหลักที่ทุกโปรแกรมต้องมี. ไฟล์นามสกุล .ogg ogg ("อ็อก" หรือ "โอจีจี") เป็นรูปแบบหีบห่อดิจิทัลแบบมาตรฐานเปิดสำหรับบรรจุสื่อผสม มันถูกออกแบบมาเพื่อประสิทธิภาพในการกระจายเสียง (สตรีมมิง) และการเปลี่ยนแปร รูปแบบ ogg ออกแบบโดยมูลนิธิ Xiph.Org และปลอดจากสิทธิบัตรซอฟต์แวร์ คำว่า "ogg" ยังถูกใช้บ่อย ๆ เพื่อเรียกรูปแบบแฟ้มเสียง Ogg Vorbis ซึ่งเป็นเสียงที่ถูกเข้ารหัสแบบ Vorbis แล้วเก็บลงในหีบห่อ Ogg การเข้ารหัสอื่นที่เด่น ๆ ของ Xiph ที่มักถูกใส่ใน Ogg ก็คือ Theora ซึ่งเป็นการเข้ารหัสภาพเคลื่อนไหว (วีดิโอ), และ Speex ซึ่งเป็นการบีบอัดเสียงพูดของมนุษย์มาตรฐานอื่นๆ ที่เทียบเคียง MP3 ได้ก็มี ATRAC ของโซนี่, AC-3 ของ Dolby Digital, mp3PRO และ Windows Media Audio (.wma) ของไมโครซอฟท์ใกล้เคียงกับเสียงเพลงที่เล่นจาก CD-Audio" นิยามนี้น่าจะเป็นที่พออกพอใจสำหรับแฟน mp3 หลายๆ คน แต่กับบางคน "ไม่ใช่" ไฟล์เสียงเพลงดิจิตอล .ogg หรือ Ogg Vorbis จึงได้ถือกำเนิดขึ้นมาจากองค์กรที่ไม่หวังผลกำไรทางการค้าที่มีชื่อว่า Xiph.Org Foundatoin (http://www.vorbis.org) ไฟล์ .ogg เป็นการเข้ารหัสแบบใหม่ที่มีความโดดเด่นกว่า mp3 ทั้งในแง่ของ ขนาดไฟล์ที่เล็กลงกว่าครึ่ง คุณภาพเสียงที่ดีกว่าจนนิยามได้ว่า "เทียบเท่ากับเสียงเพลงที่เล่นจาก CD-Audio" เลยทีเดียว อีกทั้งยังสนับสนุน Streaming สำหรับฟังเพลงออนไลน์ เช่นเดียวกับไฟล์สกุล .ram (ที่เล่นกับReal Player)หรือ .asf (ที่เล่นกับWindows Media Player)Ogg Vorbis กำลังเป็นที่นิยมอย่างมากทั้งในยุโรปและอเมริกา คาดการณ์ได้ว่า .ogg อาจเข้ามาแทนที่ .mp3 ในไม่ช้า และในเมืองไทยเองนั้น .ogg ก็กำลังเป็นที่นิยมอย่างมากในหมู่นักฟังเพลงดิจิตอล ไม่นานเราก็คงจะได้เห็นเครื่องเล่นเพลง .ogg วางขายกันให้เกลื่อนเฉกเช่นเครื่องเล่น mp3 ในปัจจุบันเป็นแน่แท้
ที่มา http://community.thaiware.com/thai/lofiversion/index.php/t314438.html
http://www2.mp3asoft.com/ogg-iidaa-2.html
ลิงก์ http://jandoraemon.blogspot.com

วันอังคารที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2551

แอปเปิ้ลผุดช็อปในมหา"ลัยทั่วปท. งัดโมเดล"U-Store"เจาะกลุ่มนักศึกษากำลังซื้อสูง



"แอปเปิ้ล" ปูพรมขยายช่องทางการจัดจำหน่ายกว่า 50 แห่งทั่ว ปท. ทั้งโมเดล iStudio, iBeat และล่าสุดเปิด "U-Store" บุกมหา"ลัยดัง เข้าถึงกลุ่มนักศึกษา คนรุ่นใหม่กำลังซื้อสูง ประเดิม มธ.-มช. และ ม.รังสิต ประกาศพร้อมเดินหน้าเจรจากับทุกสถาบันการศึกษาที่สนใจ เผยแนวโน้มการเติบโตยอดขายไปได้สวย ผู้บริโภคให้การตอบรับแบรนด์ "แอปเปิ้ล" มากขึ้น ขณะที่ข้อมูลยังไม่ชัด "ไอโฟน" มาเมืองไทยเมื่อไหร่

นายเทอดศักดิ์ สกุลยง กรรมการผู้จัดการ บริษัท แอปเปิ้ล เซาท์ เอเชีย (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผย "ประชาชาติธุรกิจ" ว่า ปัจจุบันโมเดลช่องทางการจัดจำหน่ายของแอปเปิ้ลมี 3 รูปแบบ คือ iStudio, iBeat และ U-Store โดยในส่วนของ U-Store เป็นโมเดลใหม่ที่เพิ่งเริ่มต้น โดยขณะนี้ได้เปิดดำเนินการแล้ว 2 แห่ง คือ ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ วิทยาเขตรังสิต และที่มหาวิทยาลัยรังสิต และเร็วๆ นี้จะเปิดที่มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ โดยขณะนี้อยู่ระหว่างการตกแต่งสถานที่ "แอปเปิ้ลพร้อมที่เข้าไปในมหาวิทยาลัยทุกแห่ง ขึ้นอยู่กับความพร้อมและมุมมองของมหาวิทยาลัยว่าไปในทิศทางเดียวกับเราหรือไม่ โดยขณะนี้ก็อยู่ระหว่างการเจรจากับอีกหลายแห่ง เราไม่ได้หยุดแค่นี้แน่นอน" นายเทอดศักดิ์กล่าวว่า ตลาดการศึกษาถือว่าเป็นตลาดสำคัญของแอปเปิ้ลมาตั้งแต่แรกอยู่แล้ว เพียงแต่ที่ผ่านมานักศึกษาต้องออกมาซื้อที่รีเทลช็อปข้างนอก แต่ต่อไปนี้แอปเปิ้ลจะเข้าไปตอบโจทย์ของกลุ่มลูกค้าเป้าหมายถึงที่ เพราะโปรดักต์ของแอปเปิ้ลค่อนข้างชัดว่าเป็นอุปกรณ์ที่เหมาะกับการเรียนการสอน ทางมหาวิทยาลัยเห็นประโยชน์ที่นักศึกษาจะได้รับจากการที่ให้บริษัทเข้าไปเปิดช็อป สำหรับ iStudio ปัจจุบันมีอยู่ทั้งสิ้น19 แห่ง จะเป็นช็อปที่เต็มรูปแบบที่สุด ซึ่งต้องเป็นตัวแทนระดับพรีเมี่ยม รีเซลเลอร์ (premiun reseller) เท่านั้นที่จะได้รับสิทธิ์ เพราะนอกจากจะมีสินค้าครบแล้ว ในแง่ของพนักงานขายก็ต้องมีความรู้มากเป็นพิเศษ ซึ่งในกรณีของตัวแทน iStudio จะมีเงื่อนไขค่อนข้างมาก แต่สำหรับ iBeat จะเป็นช็อปที่มีขนาดเล็กกว่า และสินค้าที่วางจำหน่ายน้อยกว่า โดยจะเลือกพาร์ตเนอร์ที่มีประสบการณ์ในธุรกิจไอทีเข้ามาช่วยในการทำตลาด ซึ่งขณะนี้มีอยู่ประมาณ 30 แห่งทั้งในกรุงเทพฯและต่างจังหวัด "คอนเซ็ปต์ U-Store และ iStudio ไม่ได้แตกต่างกัน เพียงแต่ U-Store ก็เป็นช็อปที่เปิดในมหาวิทยาลัยเพื่อเจาะกลุ่มนักศึกษา โดยในการขยายช่องทางการจัดจำหน่ายก็จะมีการขยายเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ทั้ง 3 โมเดลตามความเหมาะสมแต่ละทำเล ซึ่งตลาดของแอปเปิลในเมืองไทยก็มีการเติบโตและได้รับการตอบรับมากขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะเมื่อมีสินค้าคอนซูเมอร์อย่างไอพอดและไอโฟน ก็ทำให้ผู้บริโภคคุ้นเคยกับ แบรนด์แอปเปิ้ลมากขึ้น" นายเทอดศักดิ์กล่าวและว่า ในกรณีของไอโฟนนั้นจะเข้ามาทำตลาดในเอเชียภายในปีนี้ ซึ่งในส่วนของประเทศไทยยังไม่มีความชัดเจนว่าเมื่อไหร่ โดยปัจจุบันสินค้าที่ทำรายได้หลักให้บริษัทก็คือ คอมพิวเตอร์แมคอินทอช ซึ่งมีทั้งกลุ่ม คอร์ปอเรตและคอนซูเมอร์ ด้านนางสาวพรเพ็ญ แก้วสุรพล กรรมการผู้จัดการ บริษัท อี ไอ ที เอส โซลูชั่น จำกัด ผู้แทนจำหน่ายสินค้าของ แอปเปิ้ลมากว่า 10 ปี กล่าวว่า บริษัทได้เปิดร้านค้าปลีกภายใต้แบรนด์ U-Store ภายในมหาวิทยาลัยรังสิตเป็นครั้งแรก จากเดิมที่ทำตลาดเฉพาะคอร์ปอเรตขนาดใหญ่และสถาบันการศึกษาเท่านั้น โดยใช้งบฯลงทุนประมาณ 2 ล้านบาท โดยมีแอปเปิ้ลเป็น ผู้ช่วยเรื่องการตลาดและอนุมัติความเห็นชอบการทำกิจกรรมต่างๆ โดยภายในร้านจะจำหน่ายสินค้าจาก แอปเปิ้ลทุกชนิด และแอ็กเซสซอรี่ไอทีอื่นๆ พร้อมกับเป็นสถานที่ให้นักศึกษาสามารถทดลองใช้สินค้า หรือฝึกโปรแกรมต่างๆ ได้ ซึ่งอนาคตต้องการให้ U-Store เป็นศูนย์กลางด้านไอที ในการจัดเวิร์กช็อป หรือเชิญผู้เชี่ยวชาญมาให้ความรู้ โดยมี เจ้าหน้าที่คอยให้ความรู้ข้อมูลด้านการใช้งานไอทีได้ตลอดเวลา ขณะเดียวกันราคาสินค้าที่ขายภายในร้านบางรุ่นจะเป็นราคาเพื่อการศึกษา โดยหากผู้ซื้อสินค้าโชว์บัตร น.ศ.สถาบันใดก็ตาม สามารถลดราคาได้ 10% "ที่เข้ามาเปิดร้านในมหาวิทยาลัย เพราะเดิมมีลูกค้าที่เป็นสถาบันการศึกษาอยู่แล้ว จึงทำให้ทั้งอาจารย์ นักศึกษา อยากซื้อสินค้าใช้เองบ้าง จึงหันมาเปิดร้านในมหาวิทยาลัย และนักศึกษา ม.รังสิตก็เป็น กลุ่มที่มีกำลังซื้อสูง โดยปัจจุบันคาดว่านักศึกษา ม.รังสิตประมาณ 20% ที่ใช้สินค้าของแอปเปิ้ลอยู่แล้ว ซึ่งก็ต้องการขยายเพิ่มเป็น 50%" ปัจจุบันการเปิดร้านจำหน่ายสินค้า แอปเปิ้ลภายในมหาวิทยาลัยดังๆ ทั่วโลก จะใช้ชื่อ "Campus Store" และจะบริหารงานจากแอปเปิ้ลโดยตรง โดยให้บุคลากรของมหาวิทยาลัยทำหน้าที่ช่วยเผยแพร่กิจกรรม เพื่อให้เป็นศูนย์กลางของผู้ใช้เทคโนโลยีของแอปเปิ้ล นางสาวพรเพ็ญกล่าวว่า รูปแบบของร้าน U-Store และ i-Studio ไม่ต่างกัน เพราะเป็นตัวแทนจำหน่ายร้านรีเทลเหมือนกัน เพียงแต่ U-Store ตั้งอยู่ภายในมหาวิทยาลัย"U-Store จะมีกลุ่มเป้าหมายชัดเจนคือ นักศึกษา ซึ่งเป็นการอำนวยความสะดวกให้กับลูกค้าและยังได้ราคาพิเศษ ซึ่งการตั้งร้านในมหาวิทยาลัยมีข้อดีตรงที่ทุกๆ ปีจะมีลูกค้าใหม่ เพราะเด็กปี 1 เข้าเรียน ไม่ใช่ลูกค้ากลุ่มเดิม ถึงแม้ว่ากลุ่มลูกค้าไม่กว้าง แต่สามารถโฟกัสเป้าหมายได้ชัดเจน ขณะเดียวกันการแข่งขันไม่สูงมากเหมือนร้านค้าทั่วไป แต่อาจจะมีช่วงเปิด-ปิดเทอมแทน" นางสาวพรเพ็ญกล่าวและว่าภาพรวมการจำหน่ายสินค้าแอปเปิ้ลพบว่า ตลาดโตขึ้นเพราะเทรนด์สินค้าใหม่ๆ มาแรง และการรับรู้ของผู้บริโภคเริ่มเปลี่ยน จากเดิมที่คิดว่าแอปเปิ้ลใช้ยาก แต่ตอนนี้คนเข้าใจมากขึ้น โดยสินค้าของแอปเปิ้ลที่ขายดีอันดับ 1 คือ Macbook ระดับราคา 4 หมื่นบาท อันดับ 2 Macbook Pro ราคา 6.5 หมื่นบาท และ i-Mac ราคาประมาณ 3.8 หมื่นบาท สำหรับปีนี้ อีไอทีเอส ตั้งเป้ายอดขายทั้งหมด 80 ล้านบาท แบ่งเป็นยอดขายจากแอปเปิ้ล 80% จากยอดขายทั้งหมด จากปีที่ผ่านมามียอดขาย 60 ล้านบาท

จาก : วันที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2551 ปีที่ 32 ฉบับที่ 4012